dot
dot
bullet02-814-9592-3
dot

dot
นครวัด นครธม สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ แห่งอารยะธรรมขอมโบราณ
ทัวร์เวียดนาม มุกดาหาร เว้ ดานัง ฮอยอัน 6 วัน 5 คืน รถปรับอากาศ
12 เมืองต้องห้ามพลาดในประเทศไทย
โปรแกรมทัวร์ลาว
โปรแกรมทัวร์เวียดนาม
โปรแกรมทัวร์พม่า
โปรแกรมทัวร์มาเลเซีย
โปรแกรมทัวร์สิงคโปร์
โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น
โปรแกรมทัวร์เกาหลี
โปรแกรมทัวร์ไต้หวัน
โปรแกรมทัวร์อินเดีย-เนปาล
โปรแกรมทัวร์อินโดนีเซีย
โปรแกรมทัวร์มาเก๊า
โปรแกรมทัวร์ภูฏาน
โปรแกรมทัวร์มัลดีฟ์
โปรแกรมทัวร์ออสเตรเลีย
โปรแกรมทัวร์นิวซีแลนด์
โปรแกรมทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์บรูไน
โปรแกรมทัวร์ดูไบ
โปรแกรมทัวร์สหรัฐอเมริกา
โปรแกรมทัวร์โมร็อกโก
dot
dot
dot
dot
bulletสถานที่เที่ยวลาว
bulletสถานที่เที่ยวเวียดนาม
bulletพม่า 5 มหาบูชาสถาน
bulletอินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
bulletเทียว......ปักกิ่งต้องไป
bulletสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหลวงฟิลิปปินส์
bulletหนาวนี้ไปญี่ปุ่น
bulletKorea Style
bulletสิงคโปร์..จิ๋วแต่แจ๋ว
bulletสิบสองปันนา... ดินแดนไทลื้อ
bulletเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกง
bulletมนต์เสน่ห์ กุ้ยหลิน
bulletเกาะไต้หวัน
bulletประวัติจางเจียเจี้ยน่ารู้
dot
dot
bulletภาคเหนือ
bulletภาคอีสาน
bulletภาคกลาง
bulletภาคใต้
dot
dot
bulletททท.เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ จังหวัดสุโขทัย ๒๕๕๖
bulletสงกรานต์นี้ ไปเที่ยว ภูเก็ต สิมิลัน พีพี พังงา สวรรค์เมืองใต้
bulletดำน้ำ ดูปะการัง ที่ เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ กันเถอะ.
bulletการดำน้ำใน แนวปะการังน้ำตื้น
bulletอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ประกาศเปิดการท่องเที่ยว
bulletททท.สำนักงานสุโขทัย Big Bike ใฝ่รู้ดูเมืองโบราณ จังหวัดสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร
bulletททท.งานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส ที่สกลนคร
bulletททท.เชิญชวนเที่ยวใหญ่ๆ
bulletประเพณีลอยกระทง 2555
bulletหนาวนี้เที่ยวไหนดีน๊า..?
bulletอัศจรรย์แห่งท่าเรือซิดนีย์
bulletโรแมนติกกลางลมหนาว “ไต้หวัน” ในหุบเขาและสายรุ้ง
bulletแบบสำรวจความคิดเห็น
bulletรู้จักประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
bulletThailand Gemstones
bulletทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
bulletอินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


 


ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

 ไม่มีใครปฏิเสธความเย้ายวนใจน่าหลงใหลของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หากคุณ

อยากเสาะหาที่ทางสบายๆ ปลอดความวุ่นวายสักแห่ง ไว้เอนหลังอาบแดดอุ่น

คงมีเพียงไม่กี่เกาะ และเหล่านี้คือที่ที่คุณต้องไปเยือนสักครั้ง

แม้เคยเป็นพื้นที่หวงห้าม แต่ปัจจุบันเกาะในเขตฐานทัพเก่าแห่งนี้กลับสงบงาม

มีอะไรมากมายน่าค้นหา

ภาพ 

          เวลาพักเที่ยงที่ร้าน Konoba Stoncica น่าจะเป็นช่วงเวลาสุดโกลาหล แต่ Pave Lincir เจ้าของร้านอาหารกลับยังดูสบายๆ ไม่รีบร้อน เขาใส่หมวก สวมผ้ากันเปื้อนและรองเท้าแตะยืนย่างอาหารอยู่นอกบ้าน ควันโขมงจนมองเห็นแต่หนวดดำๆ

            นี่คือรูปแบบของร้านอาหารพื้นบ้านที่เกาะวิส (Vis) ซึ่งดูเรียบง่าย จริงใจ ไม่แสแสร้ง และเสริฟอาหารทะเลแบบพื้นถิ่น เมื่อได้ลองนั่งที่โต๊ะไม้ แล้วเหม่อมองอ่าวหาดทรายแห่งเดียวบนเกาะ ผมเห็นน้ำทะเลแวววาวของทะเลแอนเดรียติกที่ขับเคี่ยวกับฟ้าสีเข้มจัดจนเป็น เรื่องปกติในดัลแมเทีย (Dalmatia) ไปเสียแล้ว

            สิ่งที่สำคัญที่สุดในเกาะวิสคือผู้คน อาหาร และธรรมชาติ Pino Vojkovic ชาว ประมงเอ่ยขึ้นกับผม ขณะที่เรากำลังนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ราวจะบอกอะไรเป็นนัย สาวเสิร์ฟอมยิ้มแล้วยื่นถาดชุ่มน้ำมันมะกอกมาสองใบ ถาดใบหนึ่งใส่ปลา John Dory ส่วนอีกใบใส่ปลากระบอก Red Mullet พร้อมมันฝรั่งบดใส่เนย สมุนไพร และกระเทียมตอนที่ผมเทไวน์จากขวดปากกว้างใส่แก้วของผมและเพื่อน คำคมโครเอเชียคำหนึ่งก็เผอิญผุดขึ้นมาในหัว ปลาต้องว่ายสามน้ำ น้ำทะเล น้ำมันมะกอก (ตอนทำอาหาร) และน้ำไวน์ (ในกระเพาะ)

            การ ทำอาหารของเกาะวิสมีธรรมชาติที่เปรียบได้ดั่งตู้เก็บอาหารสดอย่างดี แถมมีองุ่นวูกาวาสำหรับทำไวน์ขาว และองุ่นพลาวาคทำไวน์แดง เกาะอันอุดมนี้ปลูกได้ทั้งปาล์ม สน มะกอก ยี่โถ มะเดื่อ คารอป และหม่อน ในสวนนั้นอุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้ (เช่น ควินซ์ มะนาว สตรอว์เบอร์รี ส้มเขียวหวาน แบล๊กเบอร์รี สัม และอีกสารพัดชนิด) สมุนไพรอีกกว่า 300 ชนิด ในแต่ละฤดู เกาะวิสจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นที่แตกต่างกันไป เช่น โรสแมรีหรือเสจ ลาเวนเดอร์หรือยี่หร่า

            ด้วยความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติอันอุดม องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือ WWF ยก ให้วิสเป็น 1 ใน 10 เกาะสวรรค์ที่ยังหลงเหลือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อปี 2003 เดิมทีที่นี่เป็นเขตทหาร ด้วยที่ตั้งอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ ณ กึ่งกลางทะเลแอนเดรียติก ทำให้ทั้งกรีซ ออสเตรีย ฝรั่งเศา รัสเซีย อิตาลีและอังกฤษ ต่างพยายามหลบซ่อนจากการปฏิวัติในยูโกสลาเวีย และต่อมาประธานาธิบดี บรอนซ์ ติโต กับ ทิกเกอร์สุนัขคู่ใจก็ลี้ภัยจากการทิ้งระเบิดของเยอรมนีที่ถ้ำบนยอดเขาฮัม ณ คาบสมุทร Stupisce สุดเขตตะวันตกของเกาะ ตรงนั้นยังมีปืนเก่าสภาพปุโรทั่ง หันปากกระบอกออกสู่ท้องทะเล เพราะคอมมิวนิสต์และสงครามกลางเมือง จึงไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนกล้ามาที่เกาะนี้ จนถึงปี 1989 เกาะวิสได้หวนกลับมาเปิดประตู้บ้านรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

ภาพ

            โชค ดีที่นักท่องเที่ยวไม่ได้ไหลบ่าเข้ามาเกาะวิส ซึ่งเพิ่งเปิดเกาะต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังประกาศห้ามมานานถึง 21 ปี ที่นี่การท่องเที่ยวเป็นเพียงแค่รายได้เสริม เพราะจริงๆ แล้ว ปลาและไวน์สร้างความคึกคักมาตั้งแต่ยุดคที่กรีกมาตั้งรกรากเมื่อ 2 ปีก่อนคริสตกาล Agatharchides นักประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร กล่าวว่า ไวน์จากอิซซา (ชื่อเกาะในภาษากรีก) ทะเลแอนเดรียติกนั้นดีที่สุดโคมิซาร์ (Komiza) สุดปลายตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ซึ่งตามสถิติแล้วเป็นส่วนที่อุ่นที่สุดของโครเอเชีย ก็มีชื่อเสียงเรื่องตกปลา โดยมี Neptun โรงงานปลาซาร์ดีนกระป๋องที่สร้างเมื่อปี 1870 เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี

            ในร้านอาหารและบาร์แห่งหนึ่งแถวท่าเรือโคมิซาร์ หรือที่ชาวเมืองเรียกว่า ห้องนั่งเล่นผมเจอศาสตราจารย์ Josko Bozanic จาก Ars Helieutica หรือ มูลนิธิมรดกทางการเดินเรือ หลังจากได้เบียร์เย็นๆ เข้าไป เขาก็เล่าว่าปัจจุบันมีเรือประมงจดทะเบียนอยู่ราวร้อยลำในโคมิซาร์ โดยมากเป็นเรือเก่าจากภาคอุตสาหกรรม นำมาปรับปรุงใหม่ และดำเนินการโดยครอบครัวชาวประมงที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีแล้วอาชีพประมงมิ ใช่เพียงแค่เครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตของที่นี่ แต่มันหยั่งรากฝังลึกจนกลายเป็นวัฒนธรรม วันที่ 6 ธันวาคมของทุกปี หรือวันเซนต์นิโคลัส ชาวเมืองมิซาร์จะทำพิธีบูชาด้วยการเผาเรือ และโปรยเถ้าลงทะลง กล่าวว่าพิธีนี้จัดขึ้นเพื่อขอพรให้จับปลาได้ดีและเพื่อให้ลูกเรือปลอดภัย ทุกวันยาวอาทิตย์อัสดง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงจะมาตกปลาหมึกที่ริมฝั่งน้ำตรงท่าเรือ หรือไม่ก็ออกเรือไปตามลำพัง ซึ่งแลดูคล้ายเป็นเงาดำตัดกับขอบฟ้ายามที่ชาวประมงกำลังยืนแกะอวน โดยมากกำแพงเมืองหินทรายจะกลายเป็นที่ตากอวน มีป้ายประกาศคอยแจ้งข่าวสารแก่ชาวเมืองสารพัดสารเพ ตั้งแต่รายงานอากาศเพื่อการเดินเรือ จนถึงข่าวการเสียชีวิตล่าสุด ออกมาไกลจากท่าเรือสักหน่อยคือภาพของโคมิซาร์ที่มีตรอกซอยคดเคี้ยวขนาบด้วย กำแพงหินขาว หน้าต่างบานเกร็ดสีเขียว สะท้อนสถาปัตยกรรมที่งดงาม ไม้เลื้อยทอดยอดให้ฝูงผีเสื้อ แถมมีแมวผอมๆ เดินว่อนเต็มไปหมด

ภาพ

            มีนักท่องเที่ยวบางคนลงเรือเฟอร์รีมาจาก Split ถ้าโชคดีจะได้เห็นโลมาตีคู่เคียงข้างไปกับเรือ แล้วจะไปขึ้นที่เมืองโบราณของวิส ซึ่งที่จริงคือเมืองเก่าสองเมืองรวมกันคือ ลูกา (Luka) และคูต (Kut) บ่าย แก่ๆ วันหนึ่ง ผมวนสำรวจรอบท่าเรือของเมือง ซึ่งค่อนม่วงผลอ้วนใส่ในถังใบใหญ่ยักษ์ ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหวาน ต้นไม้ใบหญ้าตรงริมทางเดินด้านนอกก็แตกยอดแข่งกันเสียใหญ่โต ใกล้ๆกันบรรดาคุณลุงนับสิบชีวิตกำลังทอดหุ่ยบนม้านั่ง ดูเรือประมงและเรือโดยสาร รวมทั้งชาวประมงโยนปลาหมึกยักษ์ตัวใหญ่ลงมานอนดิ้นแด่วอยู่บนท่าเรือ

ภาพ

            อีก ฟากของอ่าว ผมเดินสำรวจเมืองคูต ทางเดินหินเรียงรายด้วยหม้อเล็กๆ ที่มาวางขาย ทั้งแยมควินซ์โฮมเมด น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง บิสกิตถุงที่เติมความหวานด้วย aniseed ถัดออกไปหน่อย ผมเจออู่รถริมหาด Neno Zortatovic ชาย ผมขาววัย 70 กำลังคนอะไรอยู่ในหม้อ เขากำลังทำซโวนิก ไวน์อันเลื่องชื่อของดัลเมเทีย ภรรยาเขาช่วยนำองุ่นมาใส่เติมเป็นครั้งคราว เขารินไวน์ให้ผมแก้วหนึ่งด้วยความภาคภูมิใจ ชูขึ้นแล้วร้องว่า “Pomalo!” ซึ่งแปรว่าสบายๆ นี่ไม่ใช่แค่คำที่ชาวเกาะนิยมกล่าว แต่มันคือปรับญาการใช้ชีวิตของที่นี่