dot
dot
bullet02-814-9592-3
dot

dot
นครวัด นครธม สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ แห่งอารยะธรรมขอมโบราณ
ทัวร์เวียดนาม มุกดาหาร เว้ ดานัง ฮอยอัน 6 วัน 5 คืน รถปรับอากาศ
12 เมืองต้องห้ามพลาดในประเทศไทย
โปรแกรมทัวร์ลาว
โปรแกรมทัวร์เวียดนาม
โปรแกรมทัวร์พม่า
โปรแกรมทัวร์มาเลเซีย
โปรแกรมทัวร์สิงคโปร์
โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น
โปรแกรมทัวร์เกาหลี
โปรแกรมทัวร์ไต้หวัน
โปรแกรมทัวร์อินเดีย-เนปาล
โปรแกรมทัวร์อินโดนีเซีย
โปรแกรมทัวร์มาเก๊า
โปรแกรมทัวร์ภูฏาน
โปรแกรมทัวร์มัลดีฟ์
โปรแกรมทัวร์ออสเตรเลีย
โปรแกรมทัวร์นิวซีแลนด์
โปรแกรมทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์บรูไน
โปรแกรมทัวร์ดูไบ
โปรแกรมทัวร์สหรัฐอเมริกา
โปรแกรมทัวร์โมร็อกโก
dot
dot
dot
dot
bulletสถานที่เที่ยวลาว
bulletสถานที่เที่ยวเวียดนาม
bulletพม่า 5 มหาบูชาสถาน
bulletอินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
bulletเทียว......ปักกิ่งต้องไป
bulletสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหลวงฟิลิปปินส์
bulletหนาวนี้ไปญี่ปุ่น
bulletKorea Style
bulletสิงคโปร์..จิ๋วแต่แจ๋ว
bulletสิบสองปันนา... ดินแดนไทลื้อ
bulletเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกง
bulletมนต์เสน่ห์ กุ้ยหลิน
bulletเกาะไต้หวัน
bulletประวัติจางเจียเจี้ยน่ารู้
dot
dot
bulletภาคเหนือ
bulletภาคอีสาน
bulletภาคกลาง
bulletภาคใต้
dot
dot
bulletททท.เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ จังหวัดสุโขทัย ๒๕๕๖
bulletสงกรานต์นี้ ไปเที่ยว ภูเก็ต สิมิลัน พีพี พังงา สวรรค์เมืองใต้
bulletดำน้ำ ดูปะการัง ที่ เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ กันเถอะ.
bulletการดำน้ำใน แนวปะการังน้ำตื้น
bulletอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ประกาศเปิดการท่องเที่ยว
bulletททท.สำนักงานสุโขทัย Big Bike ใฝ่รู้ดูเมืองโบราณ จังหวัดสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร
bulletททท.งานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส ที่สกลนคร
bulletททท.เชิญชวนเที่ยวใหญ่ๆ
bulletประเพณีลอยกระทง 2555
bulletหนาวนี้เที่ยวไหนดีน๊า..?
bulletอัศจรรย์แห่งท่าเรือซิดนีย์
bulletโรแมนติกกลางลมหนาว “ไต้หวัน” ในหุบเขาและสายรุ้ง
bulletแบบสำรวจความคิดเห็น
bulletรู้จักประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
bulletThailand Gemstones
bulletทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
bulletอินโดนีเซีย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


 


ภาคใต้
9 สถานที่อินเลิฟ ‘ตรัง’ แดนสวรรค์ของคู่รัก

1.หาดหยงหลิง

          เป็นหาดทรายรูปโค้งขนานไปกับดงสน สุดชายหาดเป็นเขาสูงมีเวิ้งและโพรงถ้ำ สามารถลอดออกไปสู่หน้าผาริมทะเลที่มีโพรงถ้ำและโขดหินเหมือนป้อมโอบล้อมลานทรายไว้สวยงามมาก เหมาะที่จะเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณหาดสามารถกางเต็นท์ได้

 

2.หาดฉางหลาง

          ถือเป็นหาดเงียบสงบในอุทยานแห่งชาติเจ้าไหม เป็นอีกแห่งที่มีแนวต้นสนสองข้างทางน่าไปถ่ายรูป หรือจะชวนคนรักล่องเรือยามเย็นก็น่าสนใจไม่น้อย

 

3.หมู่เกาะเหลาเหลียง

          ประกอบด้วย เกาะเหลาเหลียงพี่ เกาะเหลาเหลียงน้อง หรือ บางคนเรียกว่าเกาะเหลาเหลียงใต้ และเกาะตะเกียง อยู่ในอุทยานแห่งชาติเกาะเภตรา รวมทั้งมีปะการังที่สวยงามให้กับหลายคู่ที่ชอบการดำน้ำ

 

4.เกาะกระดาน

          มีหาดทรายขาวพื้นที่เกาะกว้างขวาง น้ำทะเลใสกับฟ้าสีครามคงทำให้คู่รักหลายคู่บอกรักกันไม่ขาดปาก และที่สำคัญเกาะแห่งนี้ในช่วงเดือนแห่งความรักเป็นที่จดทะเบียนสมรสใต้สมุทร

 

5.เกาะมุก

          มีโขดหินตระหง่านหันหน้าออกสู่ท้องทะเล อบอวลด้วยความงดงามของถ้ำมรกตซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของนกนางแอ่น ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติทำให้เกาะมุกมีความสวยงามไม่แพ้เกาะใด ซึ่งคู่รักชอบความสวยงาม ต้องไม่พลาดที่จะไปชมด้วยตนเอง

 

6.ชมตึกเก่าถนนราชดำเนิน

          ถือเป็นย่านที่มีตึกสไตส์ชิโนโปรตุกีสรูปทรงเก๋ๆ ให้คู่รักได้ถ่ายรูปโพสท่ากันอย่างเต็มอิ่ม หรือลองเข้าชมโบสถ์คริสต์ อายุกว่า 95 ปี เช่นเดียวกับ สระกะพังสุรินทร์ซึ่งเป็นแหล่งนัดพบของหนุ่มสาวตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ตราบจนปัจจุบัน

 

7.ศาลท่านท้าวมหาพรหม

          หน้าโรงแรมธรรมมรินทร์ธนา เพื่อความเป็นสิริมงคลของการดำเนินชีวิตทั้งการงาน ชีวิตคู่ และสุขภาพ เพื่อการก้าวเดินของทั้งคู่ที่มั่นคง

 

8.ถ้ำเลเขากอบ

          เป็นอีกแห่งที่มีความเชื่อว่าหากลอดท้องมังกรภายในถ้ำจะเป็นสิริมงคล แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความหวาดเสียวยามล่องเรือภายในถ้ำ ซึ่งอาจทำให้คู่รักหลายคู่รู้จักกันมากขึ้น เช่นเดียวกับผนังถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงามให้ได้ชมกันตลอดทาง

 

9.ศาลเทพเจ้ากวนอู

          อยู่บนถนนห้วยยอด ก่อนเข้าตัวเมืองตรัง ถือเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ จึงเหมาะกับคู่รักหลายคู่ที่อยากขอพรเพื่อการเริ่มต้นชีวิตคู่


 

ท่องเที่ยวธรรมชาติ จังหวัดสตูล
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

อ.ละงู จ.สตูล 

 

          เกาะ เภตรามีลักษณะคล้ายเรือสำเภา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกาทะเลอันดามัน ในคาบมหาสมุทรอินเดียทางฝั่งตะวันตกของไทย ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดตลอดแนวฝั่งทะเลในสตูลและจังหวัดตรัง ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่สำคัญคือ เกาะเภตรา เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะลิดี เกาะบุโหลน เกาะเหลาเหลียง และเกาะเปรามะ แต่ละเกาะมีเสน่ห์แตกต่างกัน ซึ่งหากชอบความเงียบสงบต้องไปที่เกาะบุโหลน 

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อ.เมือง จ.สตูล

 

          อุทยาน แห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และความสวยงาม ประกอบไปด้วย หมู่เกาะใหญ่น้อย จำนวนถึง 51 แบ่งออกเป็น หมู่เกาะใหญ่ 2 หมู่เกาะ คือ หมู่เกาะ ตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี ซึ่งมีความสวยงามทั้งชายหาดและแนวปะการัง ที่พลาดไม่ได้ควรไปเที่ยวชมความงดงามของแนวชายหาด และวิถีความเป็นอยู่ของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นที่หมู่เกาะดง เกาะยาว ร่องน้ำจาบัง แดนปะการังอ่อนเจ็ดสี 

 

อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

อ.ควนโดน จ.สตูล

 

          ตั้งอยู่ที่บ้านวังประจัน ต.วังประจัน อยู่ห่างจาก อ.เมืองสตูล 40 กม. อุทยานฯ มีเนื้อที่ 122,500 ไร่ โดยรวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุปังปุโต๊ะและหัวกะหมิงและพื้นที่ป่าควนบ่อ น้ำปูยู ในท้องที่ ต.บ้านควน ต.ปูยู อ.เมืองสตูล ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523
          คำว่า “ทะเลบัน” มาจากคำว่า “เลิด เรอบัน” เป็นภาษามลายู แปลว่า ทะเลยุบ หรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติทะเลยัน เกิดจากการยุดตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดง เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 63,350 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอยู่หนาแน่น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ต่าง ๆ เช่น เลียงผา ช้าง สมเสร็จ หมูป่า ลิง ชะนี และ “เขียดว๊าก” (หมาน้ำ) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งบึงทะเลบัน รูปร่างคล้ายกบและคางคก แต่มีหาง ส่งเสียงร้องคล้ายลูกสุนัข จะมีชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน สำหรับผู้ชื่นชมการดูนกก็ไม่ควรพลาด เพราะมีนกหลายชนิดให้ดู เช่น นกแอ่นฟ้าเคราขาว นกปรอดคอลาย นกกางเขนน้ำหลังแดง นกหัวขวาน เป็นต้น
          การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติทะเลบัน
          จาก สตูลใช้ทางหลวงหมายเลข 406 (สตูล- รัตภูมิ) เข้า อ. ควนโดนแยกเข้า ต. วังประจัน ตามถนนสายชายแดนไทย – มาเลเซีย หมายเลข 4184 ห่างจากด่านวังปะจัน พรมแดนติดต่อไทย –มาเลเซีย เพียง 1 กม.

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน โทร. 0-7472-2736 และ สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 1 โทร. 0-7423-1055

 

เกาะตะรุเตา

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          นับเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยานฯ มีพื้นที่ 152 ตร.กม. สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีสภาพเป็นป่าดิบชื้น ซึ่งยังมีพรรณไม้และสัตว์ป่าที่น่าสนใจจำนวนไม่น้อย และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าชายเลน นอกจากนี้ ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่มีชายหาดสวยงามอยู่หลายแห่ง และในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลามากมายหลายชนิด รวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิด คำว่า “ตะรุเตา” เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายู แปลว่า มีอ่าวมาก

          นอกจากสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว เกาะตะรุเตายังมีประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ โดยในปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลมีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์จัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพ และเป็นสถานที่กักกันนักโทษ เกาะตะรุเตาซึ่งอยู่ห่างไกลากฝั่ง เต็มไปด้วยปัจจัยทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคต่อการหลบหนี ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่จัดตั้งนิคมดังกล่าว มีการจัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพขึ้นที่อ่าวตะโละวาวและอ่าวตะโละอุดัง ในปี พ.ศ. 2481 นักโทษชุดแรกจำนวน 500 คนก็ได้เดินทางมายังตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ จนมีนักโทษเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 3,000 คน และในช่วงปี พ.ศ. 2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมือง 70 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง

          ในปี พ.ศ. 2484 สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อุบัติขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา เนื่องจากเกิดภาวะขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค นักโทษเจ็บป่วยล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่งจึงได้ออกปล้นสะดมเรือสินค้า ที่ผ่านไปมาในน่านน้ำบริเวณช่องแคบมะละกา จนทำให้เรือสินค้าไม่กล้าล่องเรือผ่านมาในบริเวณนั้น ในปี พ.ศ. 2489 รัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองมลายูอยู่ในขณะนั้น ได้ขออนุญาตจากรัฐบาลไทยในการส่งกองกำลังเข้าปราบปรามโจรสลัดตะรุเตาจน สำเร็จ ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา และหลังจากนั้นเกาะตะรุเตาก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลา 26 ปี จนกระทั้งวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขึ้น โดยนับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย

 

เกาะไข่

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          เกาะ ไข่ อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไป ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ทุกปีจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เป็นจำนวนมาก ทางด้านตะวันตกของเกาะมีหาดทรายสีขาวนวล และละเอียด น้ำทะเลใสเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน

 

เกาะหินงาม

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          เกาะ หินงาม เกาะขนาดเล็กทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำ กลมเกลี้ยง มันวาว เล่ากันว่าหินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดแต่หายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานขอพรก็จะได้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่าง 

 

เกาะหลีเป๊ะ

อ.เมือง จ.สตูล

 

          เกาะ หลีเป๊ะ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง รอบเกาะเต็มไปด้วยป่าปะการังอันสมบูรณ์ มีเวิ้งอ่าวสวยงาม หาดทรายขาวละเอียด อ่าวที่สวยงามที่สุดคือ อ่าวพัทยา บนเกาะมีที่พักเพื่อบริการนักท่องเที่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเกาะ ในเดือน 6 และเดือน 11 ขึ้น 13-15 ค่ำตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเลจะมารวมกันที่เกาะแห่งนี้เพื่อจัดงานประเพณีลอย เรือ ตามความเชื่อที่จะขับไล่สิ่งอัปมงคล และเสี่ยงทายอนาคตของการประกอบอาชีพ 

 

เกาะหินซ้อน

อ.เมือง จ.สตูล

 

          เกาะหินซ้อน มีลักษณะแปลกคือ หินขนาดใหญ่ 2 ก้อนวางซ้อนตัวกันอยู่กลางทะเล

 

เกาะอาดัง

อ.เมือง จ.สตูล

 

          เกาะ อาดัง ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตา บนเกาะมีหาดทรายละเอียดเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น รอบเกาะเป็นภูเขาสูง ป้าไม้ปกคลุมหนาแน่น มีน้ำตกโจรสลัด ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี อีกแห่งที่ย่าสนใจคือยอดผาชะโด จุดชมวิวซึ่งในอดีตเป็นจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัด สามารถมองเห็นทิวสนและแหลมทรายสีขาวของเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ และยังชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกด้วย

 

เกาะราวี

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          เกาะ ราวี ห่างจากเกาะอาดังเพียง 1 กม. เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม น้ำทะเลใสเงียบสงบ เป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ต.ต.6 (หาดทรายขาว) บนเกาะไม่มีที่พัก นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูแนวปะการังน้ำตื้นซึ่งยาวกว่า 200 ม. อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์สูง นับเป็นสวรรค์บนผืนน้ำอันแท้จริง

 

อ่าวตะโละวาว

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          อ่าว ตะโละวาว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.1 (ตะโละวาว) จำลองอาคารที่เคยเป็นบ้านพักของผู้คุมเรือนนอนนักโทษ โรงฝึกอาชีพ ทางทิศใต้ของเกาะคือ อ่าวตะโละอุดัง ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.2 (ตะโละอุดัง) เคยเป็นที่กักขังนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช และ กบฏนายสิบ

 

อ่าวพันเตมะละกา 

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          อ่าว พันเตมะละกา ที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ตะรุเตา และจากจุดนี้สามารถเดินไปยังผาโต๊ะบู หน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 ม. เพื่อชมความงดงามของคลองพันเตมะละกา เกาะไข่ และอุทยานแห่งชาติเภตรา ออกจากที่ทำการอุทยานฯ ไปอีก 8 กม. จะถึงอ่าวสน มีหาดทรายที่โค้งสลับกับหาดหินและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล

 

หมู่เกาะสาหร่าย 

อ.เมือง จ.สตูล 

 

          ห่าง จากท่าเรือเจ๊ะบิลัง อ.เมือง ประมาณ 12 กม. นั่งเรือ 2 ช.ม. หมู่เกาะสาหร่าย นี้มี 2 เกาะใกล้กัน ชาวเมืองเรียกเกาะยะระโตด และยะระโตดนุ้ย มีชายหาดโดยรอบเกาะ ใกล้เกาะยะระโตด มีเกาะหาดหอยงาม ซึ่งคลื่นซัดเปลือกหอยไปกองไว้เป็นเกาะ คล้ายสุสานหอย

 

เกาะเขาใหญ่

อ.ละงู จ.สตูล 

 

          เกาะ เขาใหญ่ อยู่ห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 3 กิโลเมตร บนเกาะมีอ่าวชื่อนะปุลา จุดเด่นของเกาะเขาใหญ่ คือ ปฏิมากรรมธรรมชาติที่คล้ายกับปราสาทหิน มีสะพานธรรมชาติยื่นโค้งไปในทะเล ยามน้ำลดสามารถพายเรือลอดได้

          นอกจากนี้ยังมีสถานที่เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาของประมงจังหวัดสตูล ตั้งอยู่ใกล้เกาะเขาใหญ่ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมแวะไปชมมากเช่นกัน

 

เกาะลิดี

อ.ละงู จ.สตูล 

 

          อยู่ ห่างจากที่ทำการฯ (อ่าวนุ่น) ประมาณ 5 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 7 กิโลเมตร มีหน้าผาและถ้ำเป็นที่อาศัยของนกนางแอ่นเป็นจำนวนมาก เนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์ และมีเวิ้งอ่าวยื่นเข้าไปในตัวเกาะเป็นสระน้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเล่นน้ำทะเล
          ปัจจุบันเกาะลิดีมี หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีบ้านพัก และบริเวณที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อเรือประมงได้จากที่ทำการอุทยานฯ
          เสน่ห์ของเกาะลิดี อยู่ที่การเป็นเกาะคู่แฝดที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน และมีเกาะน้อยๆประมาณ 3-4 เกาะ เรียงรายอยู่ใกล้ๆ

          มีถ้ำซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของนกนางแอ่น รอบด้านคือหาดทรายขาวบริสุทธิ์ และมีเวิ้งอ่าวยื่นไปในน้ำ 

 

ถ้ำเจ็ดคต 

กิ่ง อ.มะนัง จ.สตูล

 

          ถ้ำ เจ็ดคต ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา กิ่งอ.มะนัง ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทอง 3 กม. ลักษณะถ้ำคดเคี้ยวและทะลุผ่านภูเขา มีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำ สามารถล่องเรือภายในถ้ำได้ตลอดระยะทางเพื่อชมธรรมชาติและหินย้อย มีหาดทรายขาวระยิบระยับภายในถ้ำบริเวณมุมที่คดเคี้ยว คล้ายกับเพชรที่โปรยไว้ที่หาดทราย บริเวณหาดทรายสามารถกางเต็นท์ได้ มีลมพัดเบาๆ และอากาศเย็นสบาย ไม่อับชื้น

 

น้ำตกยาโรย

อ.ควนโดน จ.สตูล

 

          เป็นน้ำตกที่เกิดจากต้นน้ำในป่าหัวกระหมิง มี 9 ชั้น แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในท้องถิ่น

          การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 4148 (สายควนสตอ-วังประจัน) กม. ที่ 14-15 ประมาณ 6 กม. จะมีทางแยกเข้าไปอีก 700 เมตร

 

น้ำตกโตนปลิว

อ.ควนโดน จ.สตูล

 

          น้ำตกโตนปลิว มีต้นน้ำมาจากภูเขาจีน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีหลายชั้น ไหลจากหน้าผาสูง สวยงามมาก

          การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 4184 (สายควนสตอ-วังประจัน) กม. ที่ 9-10 หรือห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ประมาณ 10 กม. มีทางลูกรังแยกไปอีก 3 กม.

 

ถ้ำภูผาเพชร

กิ่ง อ.มะนัง จ.สตูล

 

          ถ้ำ ภูผาเพชร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำเป็นโพรงที่มีความลึก เป็นคูหาขนาดกว้าง โอ่โถง มโหฬารตระการตา มีเพดานถ้ำสูงโปร่ง มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ (20,000)ตารางวา
          เดิมมีชื่อเรียกว่า ถ้ำลอด หรือถ้ำเพชร หรือถ้ำยาต่อมาได้มีการตั้งชื่อว่า ถ้ำภูผาเพชร เนื่องจากภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ที่มีลักษณะแวววาวเมื่อกระทบกับ แสงไฟประดุจเพชร จึงเรียกว่าถ้ำเพชร หรือถ้ำภูผาเพชร

          ถ้ำ ภูผาเพชรอยู่ในเขตหมู่ที่6 บ้านป่าพน ตำบลปาล์มพัฒนา กิ่งอำเภอมะนังเดินทางจากศาลากลางจังหวัดสตูล ไปตามถนนสายสตูล-หาดใหญ่ถึงสามแยกนิคมควนกาหลง เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกผัง 1 ตำบลอุใดเจริญ เลี้ยวขวาเข้าถนนผัง 1 ที่ว่าการกิ่งอำเภอมะนัง ไปตามถนนจนถึงสี่แยกบ้านผัง ปาล์ม 1 เลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนผังปาล์ม 1 บ้านป่าพน ซึ่งเป็นถนนลูกรังต่อไปจนถึงโรงเรียนบ้านป่าพนเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำภูผาเพชร 

 

ถ้ำจระเข้

อ.เมือง จ.สตูล

          ถ้ำ จระเข้ เป็นถ้ำที่ลึกลับวิจิตรสวยงามของหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา อันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความลึกประมาณ 300 เมตร ทางอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้ทำทางเดินภายในถ้ำและยังมีผู้นำทางทำให้เกิดความสะดวกสบาย การเดินทางสามารถเดินทางไปโดยติดต่อเรือหางยาวบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานฯ หรือนั่งเรือไปตามลำคลองมะละกาที่อ่าวพันเต ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดเรือไว้บริการพาชมถ้ำต่างๆ